AdBlueprint
Analytics
meta ads
attribution window
roas

Attribution Window บน Meta คืออะไร? ทำไมเปลี่ยนเป็น 1-day click แล้ว ROAS หาย

เปลี่ยน attribution window จาก 7-day click เป็น 1-day click แล้ว ROAS หายครึ่งนึง? ยอดขายจริงไม่ได้ลดลงเลย คุณแค่เปลี่ยนเลนส์มองผลลัพธ์ — นี่คือวิธีอ่านให้ถูก

AdBlueprint Team 2 min read

เปลี่ยน attribution window จาก 7-day click เป็น 1-day click ตอนเช้า พอบ่าย ROAS ในรายงานหายไปครึ่งนึง คุณตกใจ คิดว่าแคมเปญพัง — แต่ยอดเงินที่เข้าบัญชีจริงเท่าเดิมเป๊ะเลย นี่ไม่ใช่บั๊ก และแคมเปญก็ไม่ได้แย่ลง คุณแค่เปลี่ยน "เลนส์" ที่ใช้มองผลลัพธ์ ไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์

Attribution Window คืออะไรจริงๆ

Attribution window คือช่วงเวลาที่ Meta จะ "เครดิต" ยอดขายให้โฆษณาคุณ หลังจากคนคลิกหรือเห็นโฆษณา

ตั้ง 7-day click หมายความว่า คนคลิกโฆษณาวันจันทร์ ไปซื้อวันศุกร์ — Meta นับยอดนั้นให้แคมเปญคุณ ตั้ง 1-day click คนคนเดิมที่ซื้อวันศุกร์จะ "หายไป" จากรายงาน เพราะซื้อเกิน 24 ชั่วโมงหลังคลิก

ค่า default ตั้งแต่ยุค iOS 14.5 คือ 7-day click + 1-day view ส่วน view-through (คนเห็นแต่ไม่คลิก) ตอนนี้นับแค่ 1 วัน

จุดสำคัญ: ยอดขายเกิดขึ้นจริงเหมือนเดิมทุกบาท window แค่ตัดสินว่ายอดไหน "ถูกบันทึก" ในรายงาน Ads Manager

ทำไมเปลี่ยน window แล้ว ROAS เหมือนหาย

สินค้าส่วนใหญ่ในไทยไม่ได้ขายแบบ impulse คนเห็นโฆษณาครีมวันนี้ ไปอ่านรีวิว Pantip ถามเพื่อนใน LINE รอเงินเดือนออก แล้วค่อยซื้อ — กระบวนการนี้กินเวลา 2-5 วันเป็นเรื่องปกติ

7-day click จับคนกลุ่มนี้ได้ 1-day click จับไม่ได้

ลองคิดเป็นตัวเลข แคมเปญใช้งบ ฿10,000 รายงาน 7-day click บอกยอด ฿40,000 (ROAS 4.0) พอสลับเป็น 1-day click รายงานเหลือ ฿20,000 (ROAS 2.0) — ยอดขายจริงในระบบหลังบ้านยังเป็น ฿40,000 เท่าเดิม ส่วนที่หายคือคนที่ซื้อในวันที่ 2-7

window ไม่ใช่แค่เรื่องรายงาน — มันกระทบ optimization

ตรงนี้คนพลาดเยอะ attribution window ที่ตั้งตอนสร้างแคมเปญ ไม่ได้มีไว้แค่โชว์ตัวเลข มันบอก algorithm ด้วยว่าให้ตามหา conversion แบบไหน

ตั้ง 1-day click = บอก Meta ว่า "หาคนที่ซื้อเร็ว" algorithm จะ optimize ไปทางคนตัดสินใจไว ตั้ง 7-day click = บอก Meta ว่า "หาคนที่ซื้อภายในสัปดาห์" algorithm ได้ pool ข้อมูลกว้างกว่า มี signal ให้เรียนรู้เยอะกว่า

สำหรับสินค้าราคา ฿500 ขึ้นไป การบีบ window ให้แคบเกินไปทำให้ algorithm มี data ฝึกน้อยลง learning phase จบยากขึ้นด้วย

ควรใช้ window ไหน

สถานการณ์window ที่เหมาะ
สินค้า impulse ราคาต่ำ ฿100-3001-day click
สินค้าทั่วไป ฿300-2,0007-day click
สินค้าราคาสูง ตัดสินใจนาน7-day click + ดู 1-day view ประกอบ
เทียบ ROAS ข้ามแคมเปญใช้ window เดียวกันทุกแคมเปญ

ส่วนใหญ่: ตั้ง 7-day click เป็นค่ามาตรฐานไว้ แล้วใช้ 1-day click เป็นมุมมองเสริมเวลาอยากรู้ว่ายอดส่วนไหนมาจากคนซื้อเร็ว

กับดักที่ไม่มีใครพูดถึง

นี่แหละกับดักตัวจริง — ไม่ใช่การเลือก window ผิด แต่คือการเทียบตัวเลขข้าม window โดยไม่รู้ตัว

เคสที่เจอบ่อย: เดือนนี้ดูรายงาน 7-day click ได้ ROAS 4.0 เดือนหน้ามีคนในทีมไปเปลี่ยน setting เป็น 1-day click คุณเห็น ROAS 2.0 แล้วสรุปว่า "แคมเปญแย่ลง" ตัดงบทิ้ง — ทั้งที่ผลงานเท่าเดิม

อีกกับดัก: เอา ROAS จาก Ads Manager ไปเทียบกับยอดขายจริงในระบบหลังบ้าน ตัวเลขไม่มีวันตรงกัน เพราะ Meta นับเฉพาะคนที่ track ได้ ส่วนระบบหลังบ้านนับทุกออเดอร์ รวมคนที่มาจาก organic ร้านหน้า และปากต่อปาก ห่างกัน 20-40% ถือว่าปกติ

ก่อนเชื่อตัวเลขไหน เช็คก่อนเสมอว่า window ที่ตั้งอยู่คืออะไร — มุมขวาบนของ Ads Manager มีปุ่ม "Comparing attribution settings" ให้กดดูเทียบกันได้

ขั้นตอนถัดไป

ก่อนตัดสินใจอะไรกับแคมเปญ เปิด Ads Manager เช็คว่า window ปัจจุบันคืออะไรก่อนนะ แล้วล็อกให้เหมือนกันทุกแคมเปญที่จะเอามาเทียบกัน

เวลาสร้าง blueprint ใน AdBlueprint ดูที่ช่อง Optimization & Tracking — คำแนะนำ window จะปรับตามราคาสินค้าและ cycle การซื้อที่คุณกรอกไว้ ถ้าสินค้าคุณคนคิดนาน ระบบจะไม่แนะนำ 1-day click ให้ตั้งแต่แรก

Frequently asked questions

7-day click กับ 1-day view ต่างกันยังไง
7-day click นับยอดจากคนที่คลิกโฆษณาแล้วซื้อภายใน 7 วัน ส่วน 1-day view นับคนที่แค่เห็นโฆษณา (ไม่คลิก) แล้วซื้อภายใน 24 ชั่วโมง โดยทั่วไป click เป็น signal ที่แข็งกว่า view เยอะ ถ้ายอดส่วนใหญ่มาจาก view-through ให้ระวังว่าอาจเป็นคนที่จะซื้ออยู่แล้ว
เปลี่ยน attribution window แล้วต้องเริ่ม learning phase ใหม่ไหม
ใช่ การเปลี่ยน window ถือเป็น significant edit แคมเปญจะกลับเข้า learning phase และต้องสะสม conversion ใหม่ราว 50 ครั้งต่อ ad set ใน 7 วัน ควรเปลี่ยนเฉพาะตอนจำเป็นจริงๆ ไม่ใช่เปลี่ยนไปมา
ทำไม ROAS ใน Ads Manager ไม่ตรงกับยอดขายจริง
เพราะ Meta นับเฉพาะ conversion ที่ track ได้ภายใน window ที่ตั้งไว้ ส่วนระบบหลังบ้านนับทุกออเดอร์ รวมยอดจาก organic และช่องทางอื่น ปกติตัวเลขสองตัวห่างกัน 20-40% ถือเป็นเรื่องธรรมดา ให้ใช้ Ads Manager ดูเทรนด์ ไม่ใช่ดูยอดสุทธิ